ภาษาไทย
เข้าสู่ระบบ!! บทความ


สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 17/04/2552
ปรับปรุงเวบเมื่อ 04/07/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 94


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (94)
 ไตรจีวร ผ้าไตร Trijeeworn Premium
 ไตรจีวร ผ้าไตร Trijeeworn The Triple Robe
 บาตรพระ Buddhist Monk\'s Almsbowl (Thai \'Baht\')
 ชุด บาตรพระ Monk\'s Almsbowl (Complete Set)
 ชุดบวช Full Ordination Set
 ขาบาตร / ขารองบาตร Alms Bowl Stand/ Alms Bowl Base
เฉวียนบาตร / ที่คลุมขาบาตร Alms Bowl Stand Cover
 ผ้าอาบน้ำฝน/ผ้าวัสสาวาสิกพัสตร์ Rains-Bathing Clot
 ประคดเอว / รัดประคด Waistband/Waistbelt
 อังสะ Shoulder Cloth , Aṅgsa (Thai \'Angsa\')
 สบง / อันตรวาสก Lower Robe (Antaravāsaka) (Thai S
 ผ้าขนหนู Bamboo Fibre Towels
 จีวร Upper Robe (Uttarāsaṅga) (Thai \'๋Jeeworn\')
ย่าม Bags (Thai \'Yam\')
 สายบาตร Alms Bowl Strap
กลด Monk Umbrella (Thai \'Klot\')
มุ้งกลด
เต็นท์ Tents
 ผ้ากฐิน Kaṭhina Cloth
ผ้าคลุมไหล่พระ Monk\'s Shoulder Shawls
บริขารอื่นๆ Other Necessary Items Required
 ตาลปัตร Ceremonial Fan (Thai \'Talapat\')
 สังฆาฏิ Outer Robe (Thai \'Sanghati\')



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ








สวัสดีกัลยาณมิตรทุกท่าน ขอต้อนรับสู่ศูนย์บริขาร ธุดงค์กรรมฐาน ไตรจีวร ผ้าไตร หน้าวัดสามพระยา  ด้วยความยินดียิ่งค่ะ
บทความ
เล่าเรื่องกฐิน (อ่าน 4822/ตอบ 5)

 

          ประเด็นแรกว่าด้วยเรื่องจุดมุ่งหมาย
          จุดมุ่งหมายของกฐินจริง ๆ นั้น เริ่มต้นจากความสงสาร เห็นอกเห็นใจพระ ต้องการให้พระได้มีจีวรผลัดเปลี่ยน
          ความสงสารดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะความเข้มงวดของพระวินัยที่พระพุทธองค์ได้ทรงบัญญัติเอาไว้นั่นเอง
          ทรงบัญญัติไว้อย่างไร ?
          ทรงบัญญัติไว้ว่า “ภิกษุเก็บอติเรกจีวรไว้ได้เพียง ๑๐ วัน เป็นอย่างยิ่ง ถ้าล่วง ๑๐ วันไป ต้องอาบัติชื่อนิสสคิยปาจิตตีย์”
          สิกขาบทข้อนี้มีความหมายว่า บริขารที่เป็นเครื่องนุ่งห่มของพระสงฆ์นั้นมีได้ ๓ ผืน คือ ๑.สบง ๒.จีวร และ ๓ สังฆาฏิ (อ่านว่า สัง-คา-ติ ภาษาวัดเรียกสั้น ๆ ว่า สังฆา)
          สบงมีไว้สำหรับนุ่ง จีวรมีไว้สำหรับห่ม ส่วนสังฆาฏินั้นมีไว้สำหรับห่มซ้อนในยามอากาศหนาว เพราะจีวรผืนเดียวอาจ “เอาไม่อยู่” เหมือนฆราวาสญาติโยม ยามเข้าหน้าหนาวก็ต้องมีเสื้อกันหนาวรองรับเป็นกรณีพิเศษ สังฆาฏิจึงเปรียบเสมือน “เสื้อกันหนาว” ของพระสงฆ์
          ประเด็นสำคัญของสิกขาบทอยู่ตรงที่ว่า “ห้ามมีเกิน ๑ ผืน” เป็นการบังคับให้พระใส่ได้แค่ “ชุดเดียว” เกินกว่านั้นมีโทษตามบทบัญญัติข้อนี้
          พระรูปใดก็ตามที่มีเกิน ต้องรีบสละเสียภายใน ๑๐ วัน เก็บไว้เกินนั้นไม่ได้ 
          เหตุผลที่ต้องใช้เวลา ๑๐ วัน ก็เพราะว่า บางครั้งท่านอยู่คนเดียวในป่าเขา จะสละจีวรที่มีเกินให้พระรูปอื่นก็ต้องเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางไว้ ไม่ได้มีเจตนาถ่วงเวลา หรือยืดเวลาการครอบครอง
          วันที่เกิดเหตุอันเป็นที่มาของ “ความสงสาร และเห็นอกเห็นใจพระ” ข้างต้นก็มาจาก “สถานการณ์จริง” ที่ทรงประสบมาโดยตรงนั่นเอง
          ในพระวินัยเล่าว่า มีพระกลุ่มหนึ่งเดินทางไปเมืองสาวัตถีเพื่อเฝ้าพระพุทธเจ้าในช่วงก่อนเข้าพรรษา แต่เผอิญว่า ระยะทางที่มาไกลเกินไป ทำให้ท่านเหล่านั้นไม่สามารถมาทันกำหนดได้ เพราะจุดหมายปลายทางยังอยู่อีกถึง ๙๖ กิโลเมตร จึงจำเป็นต้องจำพรรษาที่เมืองสาเกตุก่อน
          ความปรารถนาที่จะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้ามีมากเหลือเกิน ดังนั้นเมื่อออกพรรษาแล้ว ท่านเหล่านั้นก็รีบออกเดินทางต่อ
          ฤดูฝนยังไม่สิ้นสุด ดังนั้นการเดินทางของท่านเหล่านั้นจึงต้อง “ฝ่าสายฝน” ทำให้จีวรเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ และเศษดินเศษหญ้าติดชายจีวร เนื้อตัวมอมแมม จะผลัดจะเปลี่ยนชุดใหม่ก็มี “กฎเหล็ก” ข้างต้นคุมไว้อยู่ ภิกษุเหล่านั้นจึงเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าด้วยสภาพแบบนี้
          ความสงสาร และเห็นใจพระสงฆ์กลุ่มนี้ พระพุทธเจ้าจึงทรงมีพุทธานุญาติพิเศษสำหรับพระสงฆ์ที่ได้อยู่จำพรรษาครบถ้วน ๓ เดือนแล้ว
          พุทธานุญาติพิเศษที่ว่านั้นก็คือการ “กรานกฐิน”
          กรานกฐิน เป็นกระบวนการตัด ต่อ เย็บ จีวร โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า ไม้กฐิน เป็นตัวช่วยจับยึดเพื่อสะดวกในการจัดรูปแบบและเย็บเข้าด้วยกันเป็นผืนใหญ่ ซึ่งทั้งหมดนี้ ต้องทำให้เสร็จภายในหนึ่งวัน ถ้าเกินกฐินครั้งนี้ถือว่าโมฆะ ใช้ไม่ได้
          เมื่อเย็บเข้ารูปเสร็จแล้ว สงฆ์ทั้งปวงในที่นั้นก็จะประชุมกันเพื่อขอมติว่าจะยกให้แก่พระรูปใดครอบครอง
          นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่กฐินนั้นต้องทำเป็นสังฆกรรม คือเป็นเรื่องที่จะต้องทำร่วมกันอย่างน้อยตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไป
          ถึงตรงนี้อาจมีคำถามว่า จีวรที่ทำกฐินมีผืนเดียว รูปที่ครอบครองก็มีได้เพียงรูปเดียว แล้วจะแก้ปัญหา “กฎเหล็ก” ดังกล่าวข้างต้นได้อย่างไร
          คำตอบอยู่ที่สิทธิพิเศษ ๕ ประการที่ทรงบัญญัติเอาไว้ ว่ากันว่า ๕ ประการนี้แหละคือทางออกของพระวินัยที่ต้องการให้พระแสวงหาผ้ามาทำจีวร และผลัดเปลี่ยนชุดใหม่ได้
            สิทธิพิเศษ ๕ ประการ คือ
            ๑.ไปไหนไม่ต้องบอกลาก็ได้
          ๒.ไปไหนก็ไม่จำเป็นต้องถือไตรจีวรไปครบชุดก็ได้
          ๓.ล้อมวงฉันอาหารได้
            ๔.ใช้จีวรเกินหนึ่งผืนได้
            ๕.มีสิทธิ์ในจีวรอื่นที่จะเกิดขึ้น
            สิทธิพิเศษนี้ครอบคลุมระยะเวลา ๔ เดือน บวกกับสิทธิพิเศษที่ได้อยู่จำพรรษาอีก ๑ เดือน รวมเป็น ๕ เดือน
          เหตุผลที่ให้เวลามากขนาดนี้เป็นเพราะการแสวงหาผ้ามาทำจีวรสำหรับพระที่มีความประสงค์อยากจะเปลี่ยนจีวรผืนใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่าย ไปอ่านรายละเอียด เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในคัมภีร์แล้วจะเห็นชัดเจน
          นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่หมอชีวกโกมารภัจจ์ทูลขออนุญาตพระพุทธเจ้าเป็นการพิเศษว่า ขอให้พระสงฆ์สามารถรับผ้าจีวรสำเร็จรูปจากมือชาวบ้านได้ จากเดิมที่ต้องเที่ยวเดินหาเก็บเศษผ้าที่เขาทิ้งแล้วทีละชิ้นสองชิ้นจนกว่าจะครบพอทำจีวร และกว่าจะครบก็ใช้เวลาแรมเดือน
          มีตัวอย่างให้เห็นในคัมภีร์ว่า บางรูปครบ ๑ เดือนแล้วก็ยังหาผ้าได้ไม่ครบชิ้นพอที่จะทำจีวร ครั้นจะเก็บผ้านั้นไว้ก็มีโทษทางพระวินัยอีก จำเป็นต้องสละทิ้งไป ดังนั้นการยืดระยะเวลาสิทธิพิเศษออกไป ๔ เดือนหลังจากได้กรานกฐินแล้ว ส่วนหนึ่งถือว่าเป็นการช่วยผ่อนผันเพื่อการนี้นั่นเอง
          เทศกาลกฐิน จึงเป็นเทศกาลที่พระภิกษุสงฆ์จะได้ “ถือโอกาส” ผลัดเปลี่ยนจีวรผืนใหม่ หลังจาที่ใช้ผืนเก่ามาเป็นระยะเวลาแรมปี
          เรียกว่า ปีหนึ่งใส่ได้ชุดเดียว ถ้าขาดในระหว่างนั้นก็ต้องเย็บ ต้องปะ ครั้นจะทำใหม่ที่ไม่ใช่ช่วงกฐิน พระวินัยก็ไม่เอื้อพอที่จะให้ท่านสามารถทำได้ กฐินจึงเป็นโอกาสเดียวสำหรับพระที่จะได้สิทธิพิเศษในการแสวงหาผ้ามาทำจีวรใหม่
          นี่เป็นหลักการเดิมแท้ ๆ ที่เป็นที่มาของกฐิน
          ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง เราท่านทั้งหลายลองเทียบเคียงดู
IMG_2869.jpg picture by mytemple
         
เนื่องจากการนำผ้ากฐินมาทำจีวรมีข้อบังคับว่า จะต้องทำให้เสร็จภายในวันเดียว จึงบัญญัติว่า พระภิกษุในวัดจะต้องทำเป็นการสงฆ์ ซึ่งในพระวินัยบัญญัติไว้ว่า จะต้องมีพระภิกษุอยู่ภายในวัดนั้นอย่างน้อย ๕ รูป จึงจะสามารถทำได้ น้อยกว่านั้น ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม
          พูดถึงเรื่องการทำจีวร หากเป็นสถานการณ์อื่น ๆ ไม่จำเป็นต้องทำเป็นการสงฆ์ แต่สำหรับผ้ากฐินนั้น ท่านบังคับต้องทำให้เสร็จภายในวันเดียว ขั้นตอนเบื้องต้น เช่น การนำผ้ามาซัก กะขนาด การตัดชิ้นผ้า การเย็บเป็นจีวร การย้อม จึงต้องกระทำเป็นการสงฆ์ มิเช่นนั้น จะไม่สามารถทำให้สำเร็จตามกำหนดได้
          หลายท่านอาจจะสงสัย ทำไมต้องนำมาตัด ต้องกะ ต้องย้อม ต้องเย็บ
          คำตอบก็คือ ผ้าจีวรที่พระสงฆ์ใช้ในปัจจุบัน ไม่ใช่เป็นผ้าใหญ่ผืนเดียวแผ่นเดียว หากแต่เป็นการนำเศษผ้าที่ได้ขนาดต่าง ๆ แล้วมาเย็บติดกันเป็นผืนใหญ่ให้ได้ตามรูปแบบที่กำหนด ขั้นตอนเบื้องต้นเหล่านั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็น
          อนึ่ง แรกเริ่มเดิมทีเดียว จีวรของพระยังมีรูปแบบเป็นอย่างไร ไม่มีหลักฐานระบุไว้ ทราบแต่เพียงภายหลังว่า พระพุทธเจ้าทรงต้องการให้รูปแบบจีวรของพระเป็นแบบเดียวกันทั้งหมด วันหนึ่งขณะประทับยืนอยู่บนภูเขา แล้วมองลงมายังเบื้องล่างซึ่งเป็นผืนนาของชาวบ้าน ก็ทรงรับสั่งให้พระอานนท์ออกแบบจีวรโดยเทียบเคียงกับผืนนาของชาวบ้าน
          หลังจากนั้นไม่กี่วัน อานนท์ก็นำแบบจีวรให้ทรงทอดพระเนตร และทรงวินิจฉัย
          ทันทีที่ทรงทอดพระเนตรเห็นแบบจีวรที่พระอานนท์นำมาถวาย ทรงรับสั่งชมพระอานนท์ว่า ฉลาดหลักแหลม และทรงรับสั่งให้ยึดจีวรที่พระอานนท์ออกแบบเป็นแบบแผนตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
          รูปทรงจีวรที่พระอานนท์ออกแบบ เป็นดังนี้
 
          จากรูปแบบข้างต้น จะเห็นร่องรอยการเย็บเป็นท่อนเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง กระทั่งกลายเป็นผืนจีวรสมบูรณ์ที่สามารถห่มคลุมได้
          ท่อนเล็ก ท่อนใหญ่ที่เห็นก็มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปตามลักษณะ เช่น ส่วนห่มคลุมไปแล้วพันบริเวณรอบคอบ ก็เรียกว่า คีเวยยกะ (พันคอ) ส่วนที่ห่มคลุมไปแล้วพันบริเวณหน้าแข็ง ก็เรียกว่า ชังเคยยกะ (พันแข้ง) ส่วนห่มคลุมไปแล้วพันส่วนแขน ท่านก็เรียกว่า พาหันตะ (พันแขน) ส่วนที่เป็นท่อนใหญ่เรียกว่า มณฑล ท่อนเล็กเรียก อัฑฒมณฑล เส้นเย็บคั่นระหว่างมณฑลกับอัฑฒมณฑลถ้าเป็นเส้นสั้นก็เรียกว่า อัฑฒกุสิ ถ้าเป็นเส้นยาวก็เรียกว่า กุสิ เป็นต้น
          รูปทรงจีวรที่เราเห็นในปัจจุบันจึงไม่ใช่แค่ผ้าธรรมดา ๆ หากแต่มีประวัติความเป็นมาค่อนข้างยาวนาน อย่างน้อยก็เกิน ๒๕๐๐ ปีมาแล้ว รูปแบบดังกล่าวนี้ไม่เคยเปลี่ยนเลย นับกระทั่งถึงปัจจุบัน อาจเรียกได้ว่า รูปแบบของจีวรเป็นรูปแบบที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
          ถ้าจะเปรียบเทียบกับแฟชั่นในปัจจุบันที่มักจะเปลี่ยนไปตามสมัยนิยม แต่จีวรนั้นอยู่เหนือกฎเกณฑ์ดังกล่าวนี้
          กฐินเป็นสังฆกรรม บังคับให้ต้องกระทำการสวดประกาศเป็นญัตติในท่ามกลางสงฆ์ และต้องกระทำภายในสีมา
          พอมีกฎเกณฑ์ข้อบังคับอย่างนี้ บางท่านก็เข้าใจผิด คิดว่า กฐินจะทอดได้เฉพาะวัดที่มีโบสถ์ หรือวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้วเท่านั้น วัดที่ไม่มีโบสถ์ ไม่มีสีมาถึงนำไปทอด ก็ไม่ได้อานิสงค์ เพราะพระท่านก็ไม่สามารถทำกฐินให้สมบูรณ์ถูกต้องตามพระวินัยได้
          ถึงกับมีเจ้าภาพบางท่าน ต้องการจะทำบุญกฐิน และต้องการทำให้บริสุทธิ์จริง จึงใช้วิธีจับฉลากเลือกวัด ครั้นจับฉลากได้แล้วก็ไปเรียนให้เจ้าอาวาสวัดแห่งนั้นได้รับทราบ พร้อมกับสอบถามข้อมูลต่าง ๆ ภายในวัด จากนั้นเจ้าภาพท่านนั้นก็หายไป ไม่มาติดต่อกับทางวัดอีกเลย ภายหลังจึงทราบว่า เหตุที่หายไปเพราะเจ้าภาพคิดว่า วัดไม่มีโบสถ์ทอดกฐินไม่ได้ จึงได้นำกฐินไปทอดที่วัดอื่นแทน
          ความจริงแล้ว วัดไม่มีโบสถ์ก็ทอดได้ เพียงแต่เวลาพระท่านทำสังฆกรรม ท่านจะต้องสวดสมมติที่แห่งใดแห่งหนึ่งเป็นสีมาให้ถูกต้องตามพระวินัยก่อน จากนั้นก็ทำสังฆกรรมอันเนื่องด้วยกฐินได้ตามปกติ เมื่อเสร็จพิธีแล้วจึงทำการสวดถอนสถานที่แห่งนั้นคืน เพียงเท่านี้ก็สามารถแก้ปัญหาทางพระวินัยได้
          มีข้อควรระมัดระวังอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญ กล่าวคือ พระภิกษุที่อยู่จำพรรษาในวัดใดวัดหนึ่งแล้ว จะไปเอ่ยปากให้คนใดคนหนึ่งนำผ้ากฐินมาทอดที่วัดของตนไม่ได้ ผ้ากฐินจะกลายเป็นโมฆะทันที เพราะผ้าที่ได้มานั้นไม่บริสุทธิ์
          ที่เป็นเช่นนี้ เพราะกฐินเป็นทานที่เนื่องด้วยพระวินัย และเป็นกาลทาน ทั้งเจ้าภาพและพระสงฆ์ผู้รับจึงต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามพระวินัยด้วยกันทั้งสองฝ่าย มิเช่นนั้น กฐินก็อาจจะกลายเป็นแค่การถวายผ้าป่าธรรมดา ๆ ไป
 
………………………………………………………
คัดลอกมาจาก ชัยยัสสุ
 22 ตุลาคม 5551
 
ความคิดเห็นที่ 0
Damn, I wish I could think of sohenmitg smart like that!
Rocio email
(28/11/2556 12:19:45) IP. 198.245.51.xxx
ความคิดเห็นที่ 1
Your article http://sqxgjzkvpd.com">peclertfy shows what I needed to know, thanks!
Shama email
(30/11/2556 08:09:53) IP. unknown, 114.80.142.xxxxxxx
ความคิดเห็นที่ 2
Insithgs like this liven things up around here. http://ndthuqejxc.com [url=http://hutwhwmizy.com]hutwhwmizy[/url] [link=http://zrjexqnwr.com]zrjexqnwr[/link]
Elisa email
(30/11/2556 12:51:44) IP. 81.92.217.xxxxxx
ความคิดเห็นที่ 3
A really good answer, full of http://waxnsnqoiyx.com">ratatnilioy!
Dicky email
(30/11/2556 23:30:08) IP. 178.249.14.xxxxxx
ความคิดเห็นที่ 4
It's a plurseae to find someone who can think so clearly http://tcaltxffg.com [url=http://keggvthr.com]keggvthr[/url] [link=http://dpzfmauvh.com]dpzfmauvh[/link]
Khaled email
(01/12/2556 03:15:00) IP. 103.24.3.xx
Total: 5:               
 
    
เสนอความคิดเห็น
รายละเอียด : *
Fun & Emotion Icon Click here for more.
ชื่อ : *
อีเมล์ :
* กรุณากรอกตัวเลขและตัวอักษรให้ถูกต้อง
 

สินค้า/บริการ แนะนํา...
บาตรเหล็กบ่ม /บาตรบ่ม (บ่มพิเศษ) Iron Alms Bowl, Kiln-Fired (Custom)
(กรุณาโทรสอบถาม)
ไตรจีวร ผ้าไหม Trijeeworn 9 Section Triple Robe in Silk {Thai Silk}
ราคาพิเศษ (กรุณาสอบถาม)
ขาบาตร แก่นขาม (พิเศษ) Tamarind Heartwood Alms Bowl Stand (Custom)
ชิ้นนี้ต้องสั่งจองล่วงหน้าค่ะ
ผ้าอาบน้ำฝน สีอิฐ หรือ สีโอ่งแดง Rains-Bathing Cloth, Earthen Red Color
ราคา 0.00 บ.
ไม้เจีย ไม้สีฟันพระ Jia Wood Toothsticks
ราคา 0.00 บ.
ขาบาตร แก่นขาม 4 Tamarind Heartwood Alms Bowl Stand No. 4
กรุณาโทรสอบถาม
กลด ไม้ลาน หัวไม้แก่นขาม Fan Palm Klot, with Tamarind Heartwood Tip
ราคาพิเศษ
ขาบาตรไม้ลาน ถักหวาย (พิเศษ) Fan Palm Alms Bowl Stand with Rattan Vine Thatching
กรุณาโทรสั่งจองค่ะ
เฉวียนบาตร /ที่คลุมขาบาตร (พิเศษ) Alms Bowl Stand Cover (Custom)
ราคาพิเศษโทรสอบถามเลยค่ะ
บาตรเหล็กบ่ม / บาตรบ่ม Iron Alms Bowl, Kiln-Fired
ราคาพิเศษ (กรุณาสอบถาม)
ผ้าขนหนู ใยไผ่ Bamboo Fibre Towels (Thai
ราคา 0.00 บ.
ไตรจีวร ผ้าป่านสวิส Trijeeworn 9 Section Triple Robe in Swiss Cotton
ราคาพิเศษ
ไตรจีวร  ผ้าป่านอินเดีย Trijeeworn 9 Section Triple Robe in Indian Voille
ราคาพิเศษ (กรุณาสอบถาม)
ขาบาตร แก่นขาม 2 Tamarind Heartwood Alms Bowl Stand No. 2
ราคาพิเศษ (กรุณาสอบถาม)
ฝาบาตร ไม้มะค่า Alms Bowl Lid (Wooden, Makha Wood)
ราคาพิเศษ (กรุณาสอบถาม)
ฝาบาตร ทองเหลือง (ปั๊ม) Alms bowl Lid (Kiln-Fired)
ราคา 0.00 บ.
อังสะ ผ้าไหม Silk Shoulder Cloth
ราคาพิเศษ (กรุณาสอบถาม)
 

บริการของร้านค้า
หน้าแรก
สินค้า
เว็บบอร์ด
เกี่ยวกับเรา
บทความ
ติดต่อเรา


© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.